วัดหนองบัว ทิศใต้ช่องที่ 1-2-3(กัณฑ์ที่ 9)1.2

Description

Digital Data

TITLE:
น่าน
AUTHOR:
หอภาพถ่ายล้านนา โดย มูลนิธิรองศาสตราจารย์ กันต์ พูนพิพัฒน์
KEYWORDS:
DESCRIPTION:
ภาพเขียนจิตรกรรมบริเวณระหว่างหน้าต่างช่องที่ 1 และหน้าต่างช่องที่ 2 เขียนเรื่องราวในกัณฑ์ที่ 9 ตโยเสฏฐีธิตาเปสนกัณฑ์ ในส่วนแรกของกัณฑ์นี้ เป็นเรื่องราวของเศรษฐี 5 ตระกูลได้รับความเดือดร้อน เหล่าญาติลูกหลาน บ่าวไพร่รวมถึงสัตว์เลี้ยงต่างๆได้ถึงความพินาศ เกิดวิบัติด้วยโรคภัย จึงหารือกันถึงหนทางการแก้ไขความเดือดร้อนนี้ และได้ยินมาว่ามีบุรุษผู้หนึ่งมีฤทธาอัศจรรย์ ใครถามสิ่งใดย่อมบอกได้ดุจตาเห็น พวกเราควรไปถามดู” กระนั้นจึงพากันไปพบเจ้าจันทคาธ ที่อาศัยอยู่กับพวกกรมช้าง เมื่อเจ้าจันทคาธทรงทราบความจากเหล่าเศรษฐีทั้ง 5 ตระกูล จึงบอกเศรษฐีทั้ง 5 ไปว่า “ในที่ใกล้เรือนของพวกท่านมีขุมทรัพย์ใหญ่ขุมหนึ่ง พวกภูตที่รักษาเกิดอดอยาก ได้พากันเบียดเบียนคนและสัตว์” ได้ยินเช่นนั้นเศรษฐีทั้ง 5 จึงไหว้วานให้เจ้าจันทคาธช่วยขับไล่ภูตเหล่านั้นเสีย ได้ยินเช่นั้นเจ้าจันทคาธจึงบอกให้เศรษฐีทั้ง 5 จงเอาเนื้อสดไปวางไว้ที่ขุมทรัพย์แล้วมาบอกเรา  เมื่อเศรษฐีทั้ง 5 กระทำตามที่เจ้าจันทคาธบอกแล้ว จึงกลับไปแจ้งแก่เจ้าจันทคาธ มหาบุรุษผู้มีฤทธาจึงถือพระขรรค์แก้ว แล้วเสด็จออกไปที่ตั้งขุมทรัพย์ ทอดพระเนตรเห็นพวกภูตกำลังกินเนื้อนั้นอยู่ จึงชักพระขรรค์ออกแกว่ง ด้วยฤทธาของพระขรรค์เหล่าภูตผีจึงพากันหนีไปในที่สุด

ภาพเขียนจิตรกรรมภาพนี้ยังเขียนเรื่องราวที่เศรษฐีทั้ง 5 ตระกูล ได้ทำการนิมนต์พระภิกษุ มาพิธีขับไล่ภูตผี

บริเวณด้านบนของภาพมีภาษาล้านนาเขียนกำกับอยู่ อ่านได้ความว่า “เจ้าจันทคาธหื้อ..” เขียนอยู่บนต้นครัวทาน “ …ลันฯธา…” อาจจะหมายถึง “ตัฯนฯธา ต้นธาน” ที่แปลความได้ว่า “ต้นครัวตาน” และบริเวณด้านขวา อ่านได้ความว่า “เจ้าจันทคาธปัดผีกะ” 

ส่วนรูปแบบการแต่งกายของเจ้าจันทคาธนั้น รับวัฒนธรรมการแต่งกายแบบชายชาวกรุงเทพ คือ สวมเสื้อคอตั้งแขนยาว นุ่งโจงกระเบนมีผ้าคาดบริเวณเอว ไว้ผมทรงมหาดไทย มือข้างหนึ่งอุ้มพระขรรค์วิเศษ และถือถ้วยน้ำมนต์ อีกมือถือกิ่งไม้ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นใบส้มป่อย ซึ่งมีเล่าขานในนิทานนิยายปรัมปรา คล้ายว่าในเรื่องผีๆ ที่มีคนสรรค์แต่งขึ้นมาหลายต่อหลายบทตอน เช่น หมอผีทำพิธีไล่ผี หมอพื้นบ้านใช้ทำเป็นน้ำมนต์อาบสะเดาะเคราะห์คนป่วยไข้ คนไทยหลายเผ่าใช้เป็นปัจจัยในการขจัดปัดเป่าเคราะห์กรรมอัปมงคล เป็นต้น 

ส่วนหญิงที่นั่งอยู่ทั้ง 3 คนสวมเครื่องแต่งกายแบบหญิงในล้านนา คือนำผ้าแถบสีเรียบมาห่มเฉียงแบบสไบหรือคล้องทิ้งชายไปด้านหลังเรียกว่า “สะหว้ายแหล้ง” หรือ “เบี่ยงบ้าย” นุ่ง “ซิ่นป้อง” เป็นรูปแบบเฉพาะที่พบได้แต่ในเมืองน่านเท่านั้น ไว้ผมมุ่นมวยเรียกว่าเกล้าแบบ “ตั้งเกล้า” และ “วิดว้อง” ไว้กลางศีรษะ  เจาะหูใส่ “ลานหู” มีลักษณะเป็นแผ่นใบลาน แผ่นเงิน หรือทองคำ นำมาม้วนแล้วใส่เข้าไป และไม่สวมรองเท้า

PUBLISHER:
หอภาพถ่ายล้านนา โดย มูลนิธิรองศาสตราจารย์ กันต์ พูนพิพัฒน์
OTHER CONTRIBUTORS:
หอภาพถ่ายล้านนา โดย มูลนิธิรองศาสตราจารย์ กันต์ พูนพิพัฒน์
DATE:
07/02/2558
RESOURCE TYPE:
จิตรกรรมฝาผนัง
FORMAT:
Image/jpeg
RESOURCE IDENTIFIER:
คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหอภาพถ่ายล้านนา ในกำกับของกรรมการอำนวยการหอภาพถ่ายล้านนา
SOURCE:
จิตรกรรมฝาผนัง
LANGUAGE:
ไทย/อังกฤษ
RELATION:
COVERAGE:
วัดหนองบัว อ.ท่าวังผา จ.น่าน ภาคเหนือ ประเทศไทย
RIGHT MANAGEMENT:
หอภาพถ่ายล้านนา โดย มูลนิธิรองศาสตราจารย์ กันต์ พูนพิพัฒน์

Physical Data

COLLECTION NAME:
น่าน
IMAGE CODE:
000
SUBJECT AGE:
CATEGORY:
จิตรกรรมฝาผนัง
PROVENANCE:
รองศาสตราจารย์กันต์ พูนพิพัฒน์
COVERAGE:
วัดหนองบัว อ.ท่าวังผา จ.น่าน ภาคเหนือ ประเทศไทย view map
ORIGINAL SIZE:
000
DIGITAL SIZE:
000