วัดหนองบัว ทิศเหนือช่องที่ 5(กัณฑ์ที่ 4 ตอนกลางและตอนท้าย)1.9

Description

Digital Data

TITLE:
น่าน
AUTHOR:
หอภาพถ่ายล้านนา โดย มูลนิธิรองศาสตราจารย์ กันต์ พูนพิพัฒน์
KEYWORDS:
DESCRIPTION:

ภาพเขียนจิตรกรรมบริเวณด้านล่างของช่องที่ 5 เขียนเล่าเรื่องในตอนที่สุริยคาธและจันทคาธกลับไปเยี่ยมบิดามารดาที่เมืองจัมปากนคร ดังเนื้อเรื่องในตอนหนึ่งในชาดก ความว่า “ครั้นเมื่อกาลล่วงไป 3 ปีพระสุริยคาธกุมาร ทรงใคร่จะเห็นมารดาบิดา ให้หาจันทคาธมาแล้วตรัสว่า ดูก่อนพ่อเราทั้ง 2 ไม่ทราบความตายและความเป็นของมารดาบิดาเลย ควรจะกลับไปเยี่ยมเยียนท่าน จันทคาธรับว่าดีแล้ว จึงกลับไปแจ้งแก่อุกัษฐเศรษฐีๆ ก็อนุญาต ​ฝ่ายพระสุริยคาธกุมารตรัสแจ้งแก่พระนางสุชาตดึงสาว่า ดูก่อนพระน้องนาง พี่จักต้องอำลาไปเยี่ยมมารดาบิดา พระนางสุชาตดึงสาทรงสดับแล้วตรัสตอบว่า ถ้าพระองค์เสด็จไปหม่อมฉันก็จักตามเสด็จด้วย ดูก่อนพระน้องผู้ที่เป็นที่รัก หนทางไกลกันดารมาก ขออย่าเสด็จเลย จงอยู่กับพระชนกชนนีเถิด พี่จักรีบกลับในไม่ช้า ถ้าอย่างนั้นโปรดเสด็จกลับโดยด่วนเถิด

รุ่งขึ้น พระสุริยคาธเสด็จไปเฝ้าพระราชากราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ข้าพระพุทธเจ้าขอกราบถวายบังคมลาไปสู่จัมปากนคร เพื่อเยี่ยมเยียนมารดาบิดา พระราชาได้ทรงอนุญาต

ก็พระสุริยคาธกุมารได้พลัดพรากจากมารดาบิดา 10 ปีบริบูรณ์จากมาในเวลาทรงพระเยาว์ บัดนี้ทรงพระเจริญแล้ว (เมื่อจากพระชนม์ 12 ขวบ จากมา 10 ปี รวมพระชนม์ 22 ปี) เพราะฉะนั้น พระกุมารจึงทรงดำริว่า มารดาบิดาของเราจักจำเราไม่ได้ อีกอย่างหนึ่ง มารดาบิดาของเราก็เป็นคนขัดสน ถ้าเราไปทางบกจักได้ทรัพย์ไปน้อยควรเราจะไปทางเรือ ครั้นทรงดำริแล้วตรัสสั่งให้จัดเรือใหญ่และให้หาไม้ไผ่สดมาตัดเป็นปล้องๆ ให้บรรจุเต็มไปด้วยเงินทองแก้วต่างๆ เป็นอันมาก ขนลงบรรทุกเรือ ครั้นถึงวันฤกษ์ดี พระกุมารทั้งสองแวดล้อมด้วยพาณิชลงสู่เรือแล่นไปในท่ามกลางมหาสมุทร”

ภาพเขียนจิตรกรรมบริเวณนี้ยังเขียนภาพที่เกิดขึ้นบริเวณริมน้ำหน้าเมืองกาสี ส่วนภาพเขียนกลางภาพสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นภาพของสุริยคาธ ขณะร่ำลานางสุชาตดึงสา และพระนางทรงกันเเสงที่ต้องพลัดพรากจากพระสวามี 

เจ้าสุริยคาธแต่งกายแบบชายไทในล้านนา คือ สวมเสื้อผ้าพื้นสีเรียบแขนยาว นุ่งผ้ามีลวดลายหรือผ้าพื้นสีเรียบผืนเดียวที่เรียกว่านุ่งแบบ “นุ่งผ้าต้อย” หรือ “เค็ดม่าม” โดยจะม้วนผ้าเป็นเกลียวสอดระหว่างขาเป็นการนุ่งแบบเดียวกับการถกเขมร หรือโจงกระเบน เผยให้เห็นลายสักยันต์ตั้งแต่ท้องน้อยจนถึงหัวเข่า นิยมสักลวดลายสัตว์หิมพานต์ ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของชายชาวไทลื้อและไทยวนในแถบนี้ และไม่สวมรองเท้า 

ส่วนนางสุชาตดึงสาแต่งกายแบบหญิงในล้านนา คือนำผ้าแถบสีเรียบมาห่มเฉียงแบบสไบ หรือคล้องทิ้งชายไปด้านหลังเรียกว่า “สะหว้ายแหล้ง” หรือ “เบี่ยงบ้าย” นุ่งซิ่นตีนจกแต่เป็นซิ่นตีนจกธรรมดาและท้องซิ่นก็เป็นรูปแบบเฉพาะที่พบได้แต่ในเมืองน่านเท่านั้น  เกล้าผมแบบต่างๆที่เรียกว่า ”ตั้งเกล้า” เจาะหูใส่ “ลานหู” มีลักษณะเป็นแผ่นใบลาน แผ่นเงิน หรือทองคำ นำมาม้วนแล้วใส่เข้าไปและไม่สวมรองเท้า ส่วนชายที่กำลังเดินเข้าประตูเมือง แต่งกายเช่นเดียวกับสุริยคาธ 

ในบริเวณเขียนภาพของคนหลากหลายชาติพันธุ์ อาทิ ชาวพื้นเมือง ชาวจีนและชาวตะวันตก เป็นต้น

ภาพเขียนชาวจีนในภาพ มีด้วยกันหลายกลุ่ม อาทิเช่น บริเวณด้านหลังของนางสุชาตดึงสา ที่ยืนอยู่บริเวณริมฝั่งน้ำ และที่อยู่ในเรือกลไฟ แต่งกายในแบบวัฒนธรรมจีน คือ ใส่เสื้อทรงจีน สวมกางเกงตัวหลวม รองเท้าปลายมนหุ้มส้น ทำจากผ้า 

นอกจากนี้ช่างเขียนยังเขียนชาวตะวันตกบนเรือกลไฟ ชาวตะวันตกบนเรือสวมใส่แจ็คเก็ตทับเสื้อเชิ้ต สวมหมวกแบบชาวตะวันตก ทั้งนี้ช่างเขียนรับเอาวัฒนธรรมที่พบเห็นขณะนั้น มาเป็นแรงบันดาลใจในการเขียน เช่น เรือ และชาวตะวันตกที่ช่างเขียนอาจพบเห็นได้จากเรือและลูกเรือในลำน้ำโขง เป็นต้น

PUBLISHER:
หอภาพถ่ายล้านนา โดย มูลนิธิรองศาสตราจารย์ กันต์ พูนพิพัฒน์
OTHER CONTRIBUTORS:
หอภาพถ่ายล้านนา โดย มูลนิธิรองศาสตราจารย์ กันต์ พูนพิพัฒน์
DATE:
07/02/2558
RESOURCE TYPE:
จิตรกรรมฝาผนัง
FORMAT:
Image/jpeg
RESOURCE IDENTIFIER:
คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหอภาพถ่ายล้านนา ในกำกับของกรรมการอำนวยการหอภาพถ่ายล้านนา
SOURCE:
จิตรกรรมฝาผนัง
LANGUAGE:
ไทย/อังกฤษ
RELATION:
COVERAGE:
วัดหนองบัว อ.ท่าวังผา จ.น่าน ภาคเหนือ ประเทศไทย
RIGHT MANAGEMENT:
หอภาพถ่ายล้านนา โดย มูลนิธิรองศาสตราจารย์ กันต์ พูนพิพัฒน์

Physical Data

COLLECTION NAME:
น่าน
IMAGE CODE:
000
SUBJECT AGE:
CATEGORY:
จิตรกรรมฝาผนัง
PROVENANCE:
รองศาสตราจารย์กันต์ พูนพิพัฒน์
COVERAGE:
วัดหนองบัว อ.ท่าวังผา จ.น่าน ภาคเหนือ ประเทศไทย view map
ORIGINAL SIZE:
000
DIGITAL SIZE:
000