วัดหนองบัว ทิศใต้ช่องที่ 6-5-4(กัณฑ์ที่ 11)1.4

Description

Digital Data

TITLE:
น่าน
AUTHOR:
หอภาพถ่ายล้านนา โดย มูลนิธิรองศาสตราจารย์ กันต์ พูนพิพัฒน์
KEYWORDS:
DESCRIPTION:

ภาพเขียนจิตรกรรมเหตุการณ์ในตอนที่นางพรหมจารีออกกระทำยุทธหัตถีบนหลังช้างกับพระกาวินทะ ในภาพพระเจ้ากาวินทะทรงถือดาบที่พระหัตถ์ขวา ส่วนพระหัตถ์เบื้องซ้ายถือสามง่าม หรือ ตรีศูล ส่วนนางพรหมจารีถือดาบทั้งข้าง มีนายท้ายกางพระกรด เเละมีนายท้ายบังคับช้างอยู่ด้านหลัง เบื้องหลังมีขบวนเหล่านางกษัตริย์ทรงบนหลังช้าง มีจตุลังคบาท ถือธงชัยหน้าขวนทัพช้าง ส่วนเหล่านางทหารหญิงเบื้องหลังอยู่ในท่าคล้ายการฟ้อนรำ ส่วนเบื้องหลังช้างของพระเจ้ากาวินทะ ก็มีเหล่ากษัตริย์ แบกปืนคาบศิลาอยู่

ในบริเวณนี้มีภาษาล้านนาเขียนกำกับอยู่หลายชุดด้วยกัน ประกอบด้วย

(1) บริเวณด้านบน (หลังพระเจ้าวินทะ) อ่านได้ความว่า “นางพรมมจาลีแล…พระยากาวีรทะชนช้างตีกันแล…” 

(2) บริเวณเหนือนายท้ายกางพระกรด อ่านได้ความว่า  “แหเอาพ่อเอา”  

(3) บริเวณเหนือนายท้ายบังคับช้าง อ่านได้ความว่า  “เตกเขา…กุ…” 

ช้างในภาพนี้ เป็นช้างทรงทั้งสองเชือก มีการสวมเครื่องทรงคชาภรณ์แบบของกษัตริย์ 

ส่วนพระเจ้ากาวินทะทรงเครื่องแบบกษัตริย์สวมกระบังหน้ามีกรรเจียก คือเครื่องประดับหูมีรูปเป็นกระหนก ใช้ประกอบกับพระมหามงกุฎ พระชฎา หรือ รัดเกล้า และสวมกรองศอทับบนเสื้อแขนยาว มีทับทรวงและสายสังวาลสะพายแล่ง สวมพาหุรัดที่ต้นแขน นุ่งสนับเพลาคือกางเกงขายาวประมาณครึ่งแข้งมีผ้าห้อยหน้าหรือชายไหวนุ่งโจงทับ ปัจจุบันยังหมายถึงกางเกงด้วย ราชาศัพท์ใช้ว่า พระสนับเพลาและไม่สวมรองเท้า ในมือกำตรีศูลหรือสามง่าม ส่วนเหล่ากษัตริย์มีรูปแบบชาวบางกอกในยุคนั้นคือ สวมเสื้อคอตั้งแขนยาวนุ่งโจงกระเบนพร้อมผ้าคาดเอว ไว้ผมทรงมหาดไทย ไม่สวมรองเท้า 

ส่วนเหล่ากษัตริย์ชาย บริเวณด้านหลังช้าง แต่งกายในรูปแบบที่น่าจะรับอิทธิพลมาจากกรุงเทพ คือ สวมเสื้อแขนยาวนุ่งผ้ามีลวดลายหรือผ้าพื้นสีเรียบผืนเดียวที่เรียกว่านุ่งแบบ “นุ่งผ้าต้อย” หรือ “เค็ดม่าม” โดยจะม้วนผ้าเป็นเกลียวสอดระหว่างขาเป็นการนุ่งแบบเดียวกับการถกเขมรหรือโจงกระเบน เผยให้เห็นลายสักยันต์ตั้งแต่ท้องน้อยจนถึงหัวเข่า ในล้านนาเรียกว่า “สักเตี่ยวก้อม” สักขาลาย นิยมสักเป็นลวดลายสัตว์หิมพานต์ อันเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของชายชาวไทลื้อและไทยวนในแถบนี้ และไว้ผมสั้นทรงมหาดไทยและไม่สวมรองเท้า นอกจากนี้ในภาพยังพบวัฒนธรรมการเเต่งกายเเบบชาวตะวันในภาพเขียนนายท้ายผู้บังคับช้าง ที่มีการสวมหมวกแบบของชาวตะวันตก น่าจะได้รับอิทธิพลมาในสมัยรัชกาลที่ 5 อีกด้วย

ส่วนพระนางพรหมจารี และเหล่านางกษัตริย์ แต่งกายแบบหญิงในราชสำนักล้านนา คือนำผ้าแถบสีเรียบมาห่มแบบมัดอก นุ่งซิ่นตีนจกคำคือซิ่นที่ต่อด้วยตีนจกที่ทอด้วยดิ้นทอง หรือดิ้นเงิน ที่นิยมใช้ในหญิงไทยวนของล้านนา ส่วนท้องซิ่นก็เป็นรูปแบบเฉพาะที่พบได้แต่ในเมืองน่านเท่านั้น นับเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของผ้าซิ่นตีนจกในเมืองน่าน มุ่นมวยเรียกว่าเกล้าแบบ “วิดว้อง” ไว้กลางศีรษะมัดมวยด้วยสร้อยคำหรือสร้อยทอง เจาะหูใส่ “ลานหู” มีลักษณะเป็นแผ่นใบลาน แผ่นเงิน หรือทองคำ นำมาม้วนแล้วใส่เข้าไป สวมกำไลทองคำ และไม่สวมรองเท้า 

ส่วนเหล่านางกษัตริย์แต่งกายคล้ายกับพระนางพรหมจารีแต่นุ่ง “ซิ่นป้อง” เป็นรูปแบบเฉพาะที่พบได้แต่ในเมืองน่านเท่านั้น ที่นับเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของผ้าซิ่นในเมืองน่าน 

PUBLISHER:
หอภาพถ่ายล้านนา โดย มูลนิธิรองศาสตราจารย์ กันต์ พูนพิพัฒน์
OTHER CONTRIBUTORS:
หอภาพถ่ายล้านนา โดย มูลนิธิรองศาสตราจารย์ กันต์ พูนพิพัฒน์
DATE:
07/02/2558
RESOURCE TYPE:
จิตรกรรมฝาผนัง
FORMAT:
Image/jpeg
RESOURCE IDENTIFIER:
คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหอภาพถ่ายล้านนา ในกำกับของกรรมการอำนวยการหอภาพถ่ายล้านนา
SOURCE:
จิตรกรรมฝาผนัง
LANGUAGE:
ไทย/อังกฤษ
RELATION:
COVERAGE:
วัดหนองบัว อ.ท่าวังผา จ.น่าน ภาคเหนือ ประเทศไทย
RIGHT MANAGEMENT:
หอภาพถ่ายล้านนา โดย มูลนิธิรองศาสตราจารย์ กันต์ พูนพิพัฒน์

Physical Data

COLLECTION NAME:
น่าน
IMAGE CODE:
000
SUBJECT AGE:
CATEGORY:
จิตรกรรมฝาผนัง
PROVENANCE:
รองศาสตราจารย์กันต์ พูนพิพัฒน์
COVERAGE:
วัดหนองบัว อ.ท่าวังผา จ.น่าน ภาคเหนือ ประเทศไทย view map
ORIGINAL SIZE:
000
DIGITAL SIZE:
000